ค่าน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงเบาหวาน หัวใจ หลอดเลือดสมอง อยากลดด่วน ๆ ต้องทำอย่างไร
ติดหวาน ชอบรับประทานเบเกอรี่ มีชานมไข่มุกติดโต๊ะทำงานทุกวัน เหล่านี้คือไลฟ์สไตล์ที่เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ที่หากไม่ควบคุมให้ดี ก็จะทำให้เป็นโรคเบาหวานในที่สุด ระดับน้ำตาลในเลือดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ใครที่เริ่มกังวลว่าตัวเองเข้าข่ายเป็นโรคเบาหวาน และต้องการลดน้ำตาลในเลือด บทความนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝาก
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง คืออะไร
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) คือการที่ร่างกายสะสมน้ำตาลในเลือดไว้ในระดับที่มากกว่าปกติ เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน (Insulrin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายไปเป็นพลังงาน หากร่างกายขาดขาดหรือมีภาวะดื้ออินซูลิน จะไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดไปเป็นพลังงานได้เต็มที่ จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
ภาวะที่ค่าน้ำตาลในเลือดสูงจะพบมากในผู้ป่วยเบาหวาน หรือคนที่ชอบรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต อาหารที่มีรสหวาน มีน้ำตาลสูงและไม่ออกกำลังกาย ทำให้อินซูลินเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานไม่หมด เกิดการสะสมในกระแสเลือด
เช็กอาการ เมื่อค่าน้ำตาลในเลือดสูง
หากไม่มีการเจาะเลือดตรวจ เราจะไม่ทราบเลยว่าค่าน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับที่เท่าไหร่ ยกเว้นเมื่อค่าน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนต่อไปนี้ ให้รีบหาวิธีลดน้ำตาลในเลือดเร่งด่วน
● ปัสสาวะบ่อย เนื่องจากไตไม่สามารถกรองน้ำตาลส่วนเกินได้จึงขับออกมาทางปัสสาวะ
● คอแห้ง หิวน้ำผิดปกติ จากการที่ร่างกายขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ
● มองภาพเบลอ ภาพซ้อน มองเห็นไม่ชัด เพราะน้ำตาลสะสมในเลือดมากจนเข้าไปคั่งในเลนส์ตา ทำให้เส้นเลือดประสาทตาทำงานผิดปกติ
● อ่อนเพลีย เพราะร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานได้ รวมทั้งการขับน้ำตาลทางปัสสาวะบ่อย ๆ ทำให้ร่างกายขาดน้ำ เหนื่อยง่าย หนาวสั่น กระวนกระวาย
● แผลหายช้า จากการที่มีน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เลือดหนืด ไหลเวียนช้า และส่งผลต่อการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
● น้ำหนักลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ จากการที่ร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานได้ จึงนำโปรตีนและไขมันที่สะสมในร่างกายมาใช้แทน
● เกิดภาวะเลือดเป็นกรด อาการขั้นร้ายแรงของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โดยเมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 250 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร จะมีการสะสมของสารคีโตน (Ketones) ซึ่งเป็นของเสียในเลือดและปัสสาวะ ทำให้ร่างกายเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ลมหายใจมีกลิ่นหอมหวานคล้ายผลไม้ หายใจถี่ หายใจไม่ลึก ปากแห้ง คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลีย น้ำหนักลง มึนงง และทำให้หมดสติในทันที
ค่าน้ำตาลในเลือดสูง ต้องมีระดับน้ำตาลที่เท่าไหร่
เราสามารถเช็กค่าน้ำตาลในเลือดได้ด้วยการเจาะเลือดตรวจ ซึ่งต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนตรวจ โดยค่าที่ได้จะบ่งชี้ภาวะน้ำตาลในเลือดดังนี้
● ค่าปกติ ระหว่าง 70-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
● ค่าน้ำตาลในเลือดสูง ระหว่าง 100-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทันที แนะนำเร่งลดน้ำตาลในเลือดภายใน 1 อาทิตย์ เพราะหากปล่อยไว้นานจนมีค่าน้ำตาลในเลือดเกิน 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แสดงว่าเรากำลังป่วยด้วยโรคเบาหวาน
สาเหตุของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
ในคนทั่วไปภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาจมาจากการรับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลมาก พฤติกรรมที่มักละเลยการออกกำลังกาย ในระยะยาวจึงทำให้เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งเมื่อเริ่มเป็นโรคนี้แล้วฮอร์โมนอินซูลินจะทำงานผิดปกติ หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยาก และมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
นอกจากนี้ผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานยาไม่พอเหมาะ หรือมีการบาดเจ็บ เข้ารับการผ่าตัด และการรับประทานยาที่มีสเตียรอยด์จะยิ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงได้อีกเช่นกัน
น้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร
ไม่ว่าคุณจะป่วยด้วยโรคเบาหวานหรือไม่ ก็ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่าให้ค่าน้ำตาลสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยร้ายแรงจากการที่หลอดเลือดแข็งตัว ออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้น้อย และทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อมสภาพ ได้แก่
- จอประสาทตาเสื่อม ตาบอด
- ไตวาย
- ปลายประสาทเสื่อม
- แขนขาขาดเลือด และอาจลุกลามจนต้องตัดอวัยวะ
- เส้นเลือดในสมองตีบ ตัน แตก และเป็นอัมพาต
- กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือหัวใจวาย
การป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
สำหรับใครที่สังเกตพบว่าตัวเองมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง และมองหาวิธีลดน้ำตาลในเลือดเร่งด่วน หรืออยากลดน้ำตาลในเลือด ภายใน 1 อาทิตย์ แนะนำให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
● ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร ลดอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและอาหารที่มีรสหวาน มีน้ำตาลมาก รวมทั้งดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยขจัดน้ำตาลออกจากร่างกายและป้องกันการขาดน้ำ
● ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานและนำเอาน้ำตาลออกมาใช้ ทั้งนี้ควรเลือกวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุขภาพและช่วงวัยด้วย
● ใส่ใจสุขภาพ ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ทำได้ง่าย ๆ โดยเริ่มจากการให้ความสำคัญกับการตรวจเช็กร่างกายเป็นประจำทุกปี หรือในผู้ป่วยเบาหวานสามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยเครื่องพกพา (BGM) เพื่อวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำและบันทึกข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้มีข้อมูลในการติดตามอาการ และคุมค่าน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น
นอกจากการตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง การดูแลสุขภาพด้วยโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพ Super Anti-Oxidant เป็นโปรแกรมที่ตอบโจทย์คนมีไลฟ์สไตล์ติดหวานและหรือมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน Super Anti-Oxidant เป็นโปรแกรมที่ช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ส่งผลให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น ลดระดับน้ำตาลในเลือด และรักษาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน และลดความเสี่ยงจากโรคแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาลสูง
แม้ว่าน้ำตาลจะเป็นส่วนหนึ่งของความสุขในชีวิตประจำวัน แต่ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชอบรับประทานของหวาน แป้ง หรือเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน การควบคุมอาหารและปรับพฤติกรรมเป็นสิ่งสำคัญ แต่การมีตัวช่วยที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จะทำให้การดูแลสุขภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การเลือกดูแลสุขภาพร่วมกับแพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) และเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Anti-Aging and Regenerative Medicine (ABAARM) พร้อมด้วยโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สุขภาพแต่ละคนโดยเฉพาะ จะช่วยให้การฟื้นฟูสุขภาพเป็นไปอย่างตรงจุด ควรเลือกคลินิกที่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ปลอดภัยและผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล และบรรยากาศการดูแลที่สะดวกสบายระดับพรีเมี่ยม เพื่อให้คุณได้รับทั้งสุขภาพที่ดีและประสบการณ์ที่เหนือระดับในการดูแลตัวเอง
อย่าปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปัญหาในชีวิตคุณ หากคุณกำลังมองหาวิธีลดน้ำตาลในเลือดอย่างเร่งด่วน ลองเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ R3 Life Wellness Center จะช่วยให้คุณได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลและดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุด พร้อมดูแลคุณให้สุขภาพดีในระยะยาว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองเวลาเข้ารับบริการ ได้ที่
R3 Life Wellness Center 42 อาคาร ไอ ซี พี ชั้น 4 ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม.
- Tel.: 0 2233 8000 , 088 689 8888
- Whatsapp: (+66) 88 689 8888
- Line OA: @r3lifewellness
- Facebook: https://www.facebook.com/r3lifewellness
- Instagram: https://www.instagram.com/r3lifewellness_official/
- Flagship Location: https://maps.app.goo.gl/b3sw5oYTtTUHSM956