8 วิธีช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น แก้อาการนอนไม่หลับแบบเห็นผล!

8 วิธีช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น แก้อาการนอนไม่หลับแบบเห็นผล!

นอนหลับอย่างมีคุณภาพคืออะไร

นอนเยอะแต่ไม่สดชื่น? ไขความลับ Sleep Stages และสาเหตุที่คุณอาจไม่รู้

นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ตื่นเช้าไม่สดใส อ่อนเพลียไปทั้งวัน สัญญาณเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าคุณนอนหลับดีหรือเปล่า เพราะการนอนหลับไม่ใช่แค่นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง แต่ยังหมายถึงการได้หลับสนิทและเข้าสู่โหมดการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพราะเราใช้เวลาราว 1 ใน 3 ของแต่ละวันเพื่อการนอนหลับ การนอนอย่างมีคุณภาพจึงสำคัญไม่แพ้การรับประทานอาหารและการดูแลตัวเองรูปแบบอื่น ๆ

อยากนอนหลับแบบมีคุณภาพ Sleep cycle คือสิ่งสำคัญ

การนอนหลับอย่างมีคุณภาพคืออะไร หลายคนยังเข้าใจว่าการนอนหลับที่ดีคือต้องมีจำนวนชั่วโมงมาก ๆ ซึ่งความจริงไม่ใช่ การนอนหลับที่ดีคือการที่ร่างกายเข้าสู่ Sleep Cycle หรือวงจรการนอนหลับ ซึ่งแบ่งออกเป็นช่วง NON-REM Sleep (Non Rapid Eye Movement Sleep) ซึ่งเป็นขั้นตอนสู่การหลับลึก และ REM Sleep (Rapid Eye Movement Sleep) คือช่วงหลับฝัน

สำหรับระดับการนอน (Sleep Stages) จะเป็นการไล่ลำดับเป็นวงจรดังนี้

NON-REM Sleep ช่วงการหลับตื้นถึงหลับลึก แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะที่ 1 Awake เป็นระยะเริ่มง่วง สมองจะค่อย ๆ ทำงานช้าลง หรือบางครั้งอาจมีอาการสะดุ้งตกใจ (Hypnic Jerk) ได้
  • ระยะที่ 2 Light Sleep คือระยะเคลิ้มหลับ เป็นระยะที่หัวใจเริ่มเต้นช้าลง อุณหภูมิร่างกายลดลงเล็กน้อย เป็นช่วงที่ยาวนานกว่า 50% ของการนอน การนอนหลับระยะนี้มีส่วนสัมพันธ์กับความจำระยะสั้นและการเพิ่มสมาธิ
  • ระยะที่ 3 Deep Sleep เป็นระยะหลับลึก ร่างกายจะไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก เป็นระยะที่ได้พักผ่อนมากที่สุด หากถูกปลุกให้ตื่นในช่วงนี้อาจทำให้รู้สึกงัวเงีย ไม่สดชื่น

REM Sleep ช่วงการหลับฝัน เป็นช่วงที่กล้ามเนื้อต่าง ๆ หยุดทำงาน ยกเว้นกระบังลม กล้ามเนื้อตา กล้ามเนื้อเรียบ และหัวใจ เป็นช่วงเวลาที่สัมพันธ์กับการเรียนรู้ถาวร การสร้างจินตนการที่ทำให้หลับฝัน

วงจรการนอนหลับจะเป็นวงจรหมุนเวียนเริ่มจากขั้น Non-REM Sleep ระยะที่ 1-2-3 คือเริ่มง่วง เคลิ้มหลับ และหลับลึก และย้อนกลับจากระยะที่ 3-2-1 แล้วจึงเข้าสู่ระยะ REM Sleep ก่อนจะกลับเข้าสู่วงจร Non-REM Sleep อีกครั้งนับเป็น 1 รอบ ใช้เวลาประมาณ 90 นาที โดยแต่ละคืนควรเข้าสู่วงจรการนอนหลับประมาณ 3-6 รอบ เพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

สัญญาณเตือนแบบนี้ คุณกำลังมีปัญหาเรื่องการนอน

ลองสำรวจตัวเองสักนิด หากคุณมีอาการเหล่านี้ อาจบ่งบอกว่าคุณกำลังมีปัญหาเรื่องการนอน

  • นอนหลับยาก ตื่นกลางดึกและหลับต่อยาก
  • หลับได้ไม่นาน ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
  • นอนไม่หลับต่อเนื่องมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ นาน 3 เดือน
  • อ่อนเพลียตลอดเวลา
  • ไม่มีสมาธิระหว่างวัน

ปัญหาเรื่องการนอนหลับ

อาการนอนไม่หลับ พบได้ทั่วไปในคนทุกช่วงวัย ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

·     การดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง

การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้คุณง่วงและหลับได้ง่ายขึ้นในช่วงแรก แต่ส่งผลเสียต่อคุณภาพการนอนอย่างมาก เพราะแอลกอฮอล์ทำให้คุณหลับไม่ลึกพอที่จะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

·     การออกกำลังกายอย่างหนักก่อนนอน ทำให้ร่างกายตื่นตัวกว่าปกติ

การออกกำลังกายอย่างหนักใกล้เวลาเข้านอนทำให้ร่างกายตื่นตัวมากกว่าปกติ ส่งผลให้คุณนอนหลับยากขึ้น

·     ความเครียด อาจทำให้สมองทำงานขณะหลับ

ความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมองยังคงทำงานแม้ในขณะที่คุณพยายามนอนหลับ ส่งผลให้การนอนของคุณไม่มีคุณภาพ

·     พักผ่อนไม่เพียงพอ

แม้ว่าคุณจะนอนหลับบ่อยครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ครั้งละ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่การนอนแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูเท่าที่ควร เพราะการนอนหลับที่ไม่ต่อเนื่องทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ อาจส่งผลเสียมากกว่าการอดนอนในบางกรณี

·     แสงสีฟ้าจากโทรศัพท์มือถือ

แสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่รบกวนการนอนหลับอย่างร้ายแรง เพราะ Blue Light Effect ไม่เพียงแต่ทำลายจอประสาทตาและเพิ่มความเสี่ยงต่อสายตาสั้น แต่ยังส่งผลกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว ทำให้คุณหลับยากและหลับไม่ลึก 

เราควรนอนหลับวันละกี่ชั่วโมง

  • เด็กแรกเกิด – 3 เดือน          14 - 17 ชั่วโมง
  • เด็กทารก อายุ 4 เดือน – 1 ปี     12 - 15 ชั่วโมง
  • เด็กอายุ 1 - 2 ปี             11 - 14 ชั่วโมง
  • เด็กอายุ 3 - 5 ปี             10 - 13 ชั่วโมง
  • เด็กอายุ 6 - 13 ปี            9 - 11 ชั่วโมง
  • วัยรุ่น อายุ 14 - 17 ปี          8 - 10 ชั่วโมง
  • ช่วงอายุ 18 - 25 ปี            7 - 9 ชั่วโมง
  • ช่วงอายุ 26 - 64 ปี            7 - 9 ชั่วโมง 

ทั้งนี้ จำนวนชั่วโมงการนอนหลับยังไม่สำคัญเท่าการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ หลับลึก และหลับอย่างเต็มอิ่ม บางคนเข้านอนแล้วแต่ยังมีอาการนอนไม่หลับ สะดุ้งตื่น แนะนำให้หาวิธีทำให้นอนหลับง่ายมาปรับใช้ เพื่อให้การนอนหลับมีคุณภาพและตื่นขึ้นมาอย่างแจ่มใจ

นอนหลับให้มีคุณภาพ ทำได้อย่างไร?

การนอนหลับอย่างมีคุณภาพมีองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน ดังนี้

  1. ระยะเวลาที่เหมาะสมตามช่วงอายุ
  2. ความต่อเนื่องในการนอน เริ่มนับตั้งแต่เข้านอนจนถึงตอนตื่นนอน จะต้องไม่ตื่นระหว่างนอนหลับมากกว่า 20 นาที
  3. ความลึกในการนอน ยิ่งเราหลับลึกความถี่ของคลื่นสมองจะลดลงและร่างกายเริ่มหลั่ง Growth Hormone เพื่อฟื้นฟูร่างกาย การนอนหลับแต่ละคืนควรมีช่วงหลับบึก 13 – 23% ของระยะเวลานานการนอน หรือถ้านอนหลับนาน 8 ชั่วโมง ควรมีช่วงหลับลึกประมาณ 65-125 นาที

8 วิธีทำให้นอนหลับง่าย

8 วิธีทำให้นอนหลับง่าย

ต่อไปนี้คือวิธีทำให้นอนหลับง่ายและหลับสนิท เพื่อเพิ่มชั่วโมงการนอนที่มีคุณภาพ

  1. งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และแอลกอฮอล์ 4 - 6 ชั่วโมงก่อนนอน
  2. ออกกำลังกายเบา ๆ เว้นระยะ 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน
  3. เลี่ยงอาหารรสจัด และอาหารมื้อใหญ่ที่ใช้เวลาย่อยนาน และควรเว้นช่วงอย่างน้อง 3 ชั่วโมงระหว่างมื้อเย็นและก่อนเข้านอน
  4. งดสูบบุหรี่ หรืออยู่ในสถานที่ที่มีควันบุหรี่ เพราะสารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้นอนหลับยากและหลับไม่สนิท
  5. งดใช้โทรศัพท์มือถือก่อนเข้านอน เพราะแสงสีฟ้าจากมือถือจะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวและนอนหลับยาก
  6. เข้านอนให้เป็นเวลาและควรเข้านอนก่อน 5 ทุ่ม เพราะ growth hormone จะหลั่งช่วงกลางดึก การเข้านอนแต่หัวค่ำจะทำให้ร่างกายที่หลับสนิทได้ฟื้นฟูเต็มที่
  7. สัมผัสแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าทุกวัน ประมาณ 5 – 10 นาที ให้ร่างกายได้รับวิตามินดี ซึ่งจะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นและทำให้สดชื่อตลอดทั้งวัน
  8. รับประทานกล้วยหอม ตัวช่วยนอนหลับง่าย เพราะผิวของกล้วยหอมมีกรดอะมิโน “ทริปโตฟาน” (Tryptophan) สามารถเปลี่ยนเป็นสารเซโรโทนิน (Serotonin) ทำให้ง่วง ผ่อนคลาย และหลับสบาย

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพ หากพบว่ามีปัญหาการนอน หรือรู้สึกอ่อนล้า ขาดสมาธิ หรือตื่นมาแล้วไม่สดชื่น นี่อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังต้องการการฟื้นฟูการนอนอย่างจริงจัง ปัจจัยหลายอย่างส่งผลต่อคุณภาพการนอน ตั้งแต่ระดับสารสื่อประสาทในสมองไปจนถึงวงจรการพักผ่อนของร่างกาย ซึ่งสามารถปรับสมดุลได้ด้วยวิธีที่เหมาะสม ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่เข้าใจกลไกการนอนอย่างลึกซึ้ง 

โปรแกรม Deep Sleep ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ สามารถช่วยสร้างวงจรการนอนหลับที่ดี ฟื้นฟูสมอง ปรับสมดุลสารสื่อประสาท และส่งเสริมการทำงานของร่างกายให้เต็มประสิทธิภาพ หากนอนหลับไม่มีคุณภาพเริ่มส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต ลองเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ R3 Life Wellness Center เพื่อฟื้นฟูสมดุลการนอน ให้คุณตื่นขึ้นมาพร้อมความสดชื่นอีกครั้ง

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองเวลาเข้ารับบริการ ได้ที่

R3 Life Wellness Center 42 อาคาร ไอ ซี พี ชั้น 4 ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม.

Suggest Blogs

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? คำถามยอดฮิตที่ต้องรู้คำตอบ

blog icon ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? คำถามยอดฮิตที่ต้องรู้คำตอบ

กังวลเรื่องการฉีดฟิลเลอร์? รวมมาให้ทุกคำถามเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ ตอบทุกข้อสงสัยก่อนตัดสินใจ ฉีดฟิลเลอร์ยังไงให้ปลอดภัย? มาดูคำตอบกัน

วันอนามัยโลก: เหตุใดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในประเทศไทยจึงได้รับความสนใจจากทั่วโลก

blog icon วันอนามัยโลก: เหตุใดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในประเทศไทยจึงได้รับความสนใจจากทั่วโลก

ในวันอนามัยโลก WHO เน้นย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ปัจจุบันประเทศไทยได้รับความสนใจระดับโลกด้านการแพทย์ ความเชี่ยวชาญ และการดูแลสุขภาพระยะยาว

จาก Glass Skin สู่ Cloud Skin: นิยามใหม่ของผิวสุขภาพดี

blog icon จาก Glass Skin สู่ Cloud Skin: นิยามใหม่ของผิวสุขภาพดี

ทำความเข้าใจเทรนด์ Cloud Skin ที่กำลังแทนที่ Glass Skin เมื่อความงามไม่ได้วัดจากความเงา แต่จากสมดุล ความยืดหยุ่น และความสามารถในการฟื้นฟูของผิวในระยะยาว

งานเปิดตัว R3 Life Wellness Center

blog icon งานเปิดตัว R3 Life Wellness Center

งานเปิดตัว R3 Life Wellness Center

ผมร่วงปกติ กับผมร่วงไม่ปกติ ต่างกันอย่างไร?

blog icon ผมร่วงปกติ กับผมร่วงไม่ปกติ ต่างกันอย่างไร?

ผมร่วงวันละกี่เส้นถึงปกติ? เรียนรู้สัญญาณผมร่วงผิดปกติ และบทบาทของ Stem Cell Therapy ในการฟื้นฟูรากผมและสุขภาพหนังศีรษะ

ผมร่วงผมบางแก้ไขได้ สร้างผมใหม่ด้วยสเต็มเซลล์

blog icon ผมร่วงผมบางแก้ไขได้ สร้างผมใหม่ด้วยสเต็มเซลล์

ปัญหาผมร่วงผมบางกำลังทำให้คุณรู้สึกเสียความมั่นใจกันอยู่หรือเปล่า ชวนกู้คืนสุขภาพเส้นผมด้วยการฉีดสเต็มเซลล์ผม ตัวช่วยกระตุ้นการทำงานเซลล์รากผมอย่างตรงจุด!

Cookies & Privacy

This R3 Life Wellness Center website uses cookies to personalize content and analyse traffic in order to offer you a better experience.