หน้าเป็นฝ้าทำไงดี? รวมวิธีรักษาฝ้าให้ได้ผล พร้อมป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

หน้าเป็นฝ้าทำไงดี? รวมวิธีรักษาฝ้าให้ได้ผล พร้อมป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

ปัญหา ฝ้า กระ กระลึก ที่อาจเข้าใจผิด สาเหตุและวิธีรักษาฝ้า กระให้หายขาด

ฝ้ากระ คืออะไร

ปัญหาฝ้ากระ หนึ่งในปัญหาผิวที่พบมากในบ้านเรา เนื่องจากประเทศไทยมีแดดจัดตลอดทั้งปี ทำให้คนส่วนมากไม่สามารถป้องกันผิวหน้าจากแสงแดดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จนเกิดเป็นฝ้ากระที่กระทบกับความมั่นใจของใครหลายคน

ฝ้า คืออะไร

ฝ้า (Melasma) คือลักษณะของผิวที่มีจุดหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอ ส่วนมากพบบริเวณใบหน้าส่วนที่โดนแดดเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม และจมูก ฝ้าจะมีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลหรือดำขนาดค่อนข้างใหญ่

นอกจากฝ้า อีกปัญหาผิวที่มีลักษณะใกล้เคียงกันก็คือกระ แต่กระจะเป็นจุดดำเล็ก ๆ กระจายตัวกัน เรามักเรียกรวมปัญหาสีผิวกลุ่มนี้ว่าเป็นปัญหาฝ้ากระ

ฝ้า เกิดจากอะไร

ฝ้าเกิดจากความอ่อนแอของเซลล์ผิวหน้าที่เริ่มเสื่อมสภาพลงจากการกระตุ้นของปัจจัยต่าง ๆ ทำให้เกิดเมลานินหรือเซลล์เม็ดสีก่อตัวเป็นจุดสีน้ำตาลบนในหน้า และค่อย ๆ ขยายวงกว้างฝังลึกลงในเซลล์ผิว

สาเหตุของฝ้า ทำไมถึงเป็นฝ้า

ฝ้าเกิดได้จากปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • แสงแดด เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หน้าเป็นฝ้ากระ เพราะรังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสี UV ในแสงแดดคือตัวกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินให้มากผิดปกติจนเกิดเป็นฝ้ากระ
  • กรรมพันธุ์ สังเกตจากคนในครอบครัว หากพบว่ามีฝ้า กระ ก็อาจส่งต่อพันธุกรรมมายังสมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านได้
  • ฮอร์โมน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนมีฝ้าบนใบหน้า เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิง และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนทำให้เกิดการสร้างเมลานินมากขึ้น จึงมักพบปัญหาหน้าเป็นฝ้าในกลุ่มสตรีมีครรภ์และผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิด
  • ยาบางชนิด และเครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) เมื่อใช้เป็นเวลานานส่งผลให้หน้าเป็นฝ้าได้
  • ความเครียด สามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนต่าง ๆ ออกมากระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดสีผิวเพิ่มขึ้นและสะสมจนเกิดฝ้ากระ

พฤติกรรมที่อาจทำให้เกิดฝ้า กระ

1.    โดดแดดบ่อย โดยไม่ได้ป้องกันรังสี UV จากแสงแดด เพราะรังสี UVA และ UVB ในแสงแดดจะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดสีผิวมากขึ้น ทำให้หน้าเป็นฝ้า และอาจร้ายแรงจนเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ หรือในคนที่มาครีมกันแดดไม่มากพอ ทาน้อยเกินไป ก็ไม่สามารถป้องกันผิวจากรังสี UV ได้เช่นกัน

2.    รับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน ฮอร์โมนเพศในยาคุมกำเนิดจะไปกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดสีผิว ทำให้เกิดฝ้ากระได้ง่าย

3.    รับประทานอาหารไขมันสูง น้ำตาล และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาหารเหล่านี้เร่งให้เกิดอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลล์ผิวหนังให้อ่อนแอ และมีปัญหาผิวตามมาอีกมากมาย

4.    ละเลยการบำรุงผิว ทำให้ผิวไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ผิวอ่อนแอ พอเมื่ออายุมากขึ้นปัญหาผิวต่าง ๆ ก็จะตามมา รวมทั้งการทาครีมบำรุงที่ไม่มีประสิทธิภาพ และเริ่มทาครีมบำรุงเมื่ออายุมากอาจสายเกินไปที่จะป้องกันปัญหาผิวในอนาคต

5.    ใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมี โดยเฉพาะสารปรอทที่ส่งผลให้เม็ดสีผิวทำงานผิดปกติ จนสะสมและเกิดเป็นฝ้ากระ 

บริเวณที่เกิดฝ้าได้บ่อย

บริเวณที่เกิดฝ้าได้บ่อย

ฝ้ากระส่วนมากเกินบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะโหนกแก้ม หน้าผาก บาง และริมฝีปาก

ฝ้าบนใบหน้า มีกี่ประเภท

  • ฝ้าตื้น เป็นฝ้าชนิดที่พบมากที่สุด เกิดในชั้นหนังกำพร้า ลักษณะเป็นสีน้ำตาลเข้ม มีขอบชัดเจน
  • ฝ้าลึก เกิดขึ้นในชั้นผิวหนังแท้ ลักษณะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ขอบไม่ชัด รักษายากกว่าฝ้าตื้น
  • ฝ้าผสม ลักษณะเป็นสีน้ำตาลเข้มเหมือนฝ้าตื้น แต่กระจายวงกว้าง ไม่มีขอบเขตชัด

แนวทางการป้องกันฝ้าเบื้องต้น

  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด เน้นใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี วิตามินบี 12 แร่ธาตุ ไฟเบอร์ หรือเสริมวิตามินซี อี และสารสกัดจากองุ่นขาวเพื่อต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อย 2-3ลิตรต่อวัน เพื่อขับสารพิษในร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน และมีส่วนผสมของสารเร่งขาวที่ทำให้ผิวบางลง และไวต่อแสงแดด 

หน้าเป็นฝ้ารักษาอย่างไร

วิธีรักษาฝ้า ทำได้อย่างไร

สำหรับใครที่มีปัญหาฝ้ากระ และอยากรู้ว่าหน้าเป็นฝ้ารักษาอย่างไร สามารถเลือกใช้วิธีการต่อไปนี้

·     หลีกเลี่ยงรังสี UV ทั้งจากแสงแดดและแสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือ คอมพิวเตอร์ เพราะรังสี UV จะทำให้หน้าเป็นฝ้ากระได้ง่าย

·     ทาครีมกันแดด ควรเลือกที่มีค่า SPF50+ โดยทาก่อนออกแดดประมาณ 30 นาที

·     ใช้ครีมทาฝ้า หรือสกินแคร์ที่ช่วยลดเม็ดสีเมลานินในชั้นผิว ชะลอการเกิดฝ้า และยังช่วยทำให้หน้ากระจ่างใส ผิวพรรณแข็งแรง

·     ฉีดเมโสรักษาฝ้า (Meso Therapy) เพื่อเติมสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง การฉีดเมโสรักษาฝ้าจะลดการทำงานของเม็ดสีทำให้ฝ้ากระดูจางลง สีผิวสม่ำเสมอ เน้นเห็นผลไว แต่เป็นผลระยะสั้น ต้องฉีดซ้ำเป็นประจำ และอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง หรือผิวหน้าลอก

·     การทำเลเซอร์ รักษาฝ้ายอดนิยม โดยใช้การยิงพลังงานจากเลเซอร์เข้าสู่ชั้นผิวเพื่อขจัดเม็ดสีที่เป็นต้นเหตุของการเกิดฝ้า การทำเลเซอร์แม้ว่าจะได้ผลดี แต่มีข้อควรรู้คือการทำเลเซอร์อาจทำให้ผิวหน้าบางลง และเป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำง่ายขึ้น เนื่องจากเซลล์ผิวได้ถูกทำลาย

·     การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ (MSC Stem Cell) จัดเป็นนวัตกรรมใหม่ในการรักษาฝ้า โดยใช้สเต็มเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บมาช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดเลือนจุดด่างดำและริ้วรอย

MSCs รักษาฝ้า

หน้าเป็นฝ้ารักษาอย่างไรที่มีผลข้างเคียงน้อย แต่ประสิทธิภาพสูง แนะนำให้ใช้ MSCs รักษาฝ้า เพราะเป็นการรักษาที่เน้นกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ไม่ทำให้ผิวบาง และเห็นผลชัดเจนกว่าการรักษาด้วยยาทาทั่วไป

MSCs เป็นเซลล์ต้นกำเนินในร่างกาย ที่มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ ได้ทั้งเซลล์เนื้อเยื่อ เซลล์กล้ามเนื้อ และเซลล์ไขมัน จึงสามารถฟื้นฟูเซลล์ผิวหน้าให้กระจ่างใส ลดการสร้างเม็ดสี ลดฝ้ากระ จุดด่างดำ ลดรอยแผลเป็น และเพิ่มความเต่งตึงให้ผิว อย่างไรก็ดี ควรเลือกผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ MSCs ให้ได้ผลที่น่าพอใจ

บอกลาฝ้า เลือกการรักษาฝ้าด้วย Stem Cells อย่างไรให้ได้ผลจริง?

การรักษาฝ้าด้วย MSCs (Mesenchymal Stem Cells) กำลังเป็นที่นิยมในวงการความงาม เพราะช่วยฟื้นฟูผิวจากภายในและแก้ปัญหาฝ้าได้อย่างล้ำลึก แต่ไม่ใช่ทุกที่ที่ให้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น หากต้องการเลือกใช้ Stem Cells ในการรักษาฝ้า ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญต่อไปนี้

คุณภาพของ Stem Cells

เลือกใช้ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ที่ผ่านการคัดเลือกและตรวจสอบคุณภาพ ควรมีลักษณะเซลล์แบบหัวมนปลายแหลม ที่สำคัญการใช้น้ำเลี้ยงเซลล์แบบ Xeno-free ซึ่งปราศจากผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ เพื่อรักษาสายพันธุ์ความเป็นมนุษย์และความบริสุทธิ์ของเซลล์ พร้อมกับมาตรฐานการผลิตที่เป็นไปตามข้อกำหนด GMP รวมถึงธนาคารเซลล์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล โดยได้รับการรับรอง ISO 15189, ISO 15190, ISO 27001 และ ISO 9001 สำหรับการจัดการเซลล์ต้นกำเนิด รวมถึงได้รับการรับรองจาก NIA และ ISBT อีกทั้งยังได้มาตรฐานห้องคลีนรูม Class 100

มาตรฐานและความปลอดภัยของสถานพยาบาล

สถานที่ให้บริการต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน และควบคุมคุณภาพโดย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มั่นใจว่าเซลล์ต้นกำเนิดที่ใช้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ทีมแพทย์

เลือกคลินิกที่มีแพทย์ด้าน Anti-Aging & Regenerative Medicine ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลก เช่น ABAARM (American Board of Anti-Aging and Regenerative Medicine) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวก

นอกจากคุณภาพการรักษาแล้ว ความสะดวกสบายระหว่างเข้ารับบริการก็สำคัญ เลือกสถานที่ที่มีห้องทำทรีตเมนต์ส่วนตัว มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้คุณผ่อนคลาย เช่น Netflix, YouTube หรือบริการดูแลแบบ VIP ควรเลือกสถานพยาบาลที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางง่าย ใกล้ BTS, MRT หรือมีที่จอดรถรองรับ เพื่อให้ทุกครั้งที่เข้ารับการรักษาเป็นเรื่องง่ายและสะดวกที่สุด

การเลือกสถานที่รักษาฝ้าด้วย Stem Cells ไม่ใช่แค่เรื่องของเทรนด์ แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ระยะยาว อย่าตัดสินใจเพียงเพราะราคาถูก แต่ให้พิจารณาจากมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ เพื่อให้การรักษาฝ้าเป็นมากกว่าการดูแลภายนอก แต่เป็นการฟื้นฟูสุขภาพผิวจากภายในอย่างแท้จริง

FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. ฝ้า กระ สามารถรักษาให้หายขาดได้ไหม?

ฝ้ากระสามารถเกิดซ้ำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่สัมผัสกับแสงแดดเป็นประจำจะมีโอกาสเกิดซ้ำได้ในเวลาไม่นาน

2. ฝ้า กระ สามารถเกิดกับคนอายุน้อยได้หรือไม่

สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย เพราะฝ้ากระบางครั้งมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม

3. ผู้ชายสามารถเป็นฝ้าได้หรือไม่?

ได้เช่นกัน จากสาเหตุเพราะกรรมพันธุ์และการใช้ชีวิต

4. การรักษาฝ้า กระ ต้องใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะเห็นผล?

ผลลัพธ์จากการรักษาฝ้าจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับวิธีการรักษา บางวิธีเห็นผลภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ขณะที่บางวิธีใช้เวลารักษานานกว่านั้น 

5. ความเครียดมีผลทำให้ฝ้าแย่ลงหรือไม่?

ความเครียดมีผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้ แต่ไม่จัดว่าเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดฝ้า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองเวลาเข้ารับบริการ ได้ที่

R3 Life Wellness Center 42 อาคาร ไอ ซี พี ชั้น 4 ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม.

Suggest Blogs

สุขภาพคือความมั่งคั่งจริงหรือไม่? R3 Life Wellness ขอเชิญคุณมาลงทุนกับสุขภาพของคุณอย่าง ‘ชาญฉลาด’

blog icon สุขภาพคือความมั่งคั่งจริงหรือไม่? R3 Life Wellness ขอเชิญคุณมาลงทุนกับสุขภาพของคุณอย่าง ‘ชาญฉลาด’

R3 Life Wellness นำแนวคิด “Health is Wealth” จับมือกับคุณท๊อป จิรายุส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการลงทุนสุขภาพเชิงป้องกันอย่างชาญฉลาด

ชะลอวัยก่อนเซลล์เสื่อม เมื่อไลฟ์สไตล์เสี่ยงเป็นตัวเร่งความแก่!

blog icon ชะลอวัยก่อนเซลล์เสื่อม เมื่อไลฟ์สไตล์เสี่ยงเป็นตัวเร่งความแก่!

เซลล์ซ่อมเซลล์ช่วยชะลอวัย ไม่อยากแก่ก่อนวัยต้องรู้ไว้ 6 พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงทำร้ายสุขภาพเราอยู่บ้าง ?

อย่าพลาด! 9 ข้อที่ต้องรู้ก่อนฉีด stem cell

blog icon อย่าพลาด! 9 ข้อที่ต้องรู้ก่อนฉีด stem cell

ตอบคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการฉีดสเต็มเซลล์ (stem cell) ทั้งฉีดสเต็มเซลล์ผลข้างเคียงและข้อห้ามหลังฉีดสเต็มเซลล์ พร้อมเคล็ดลับเตรียมตัวครบจบในที่เดียว!

งานเปิดตัว R3 Life Wellness Center

blog icon งานเปิดตัว R3 Life Wellness Center

งานเปิดตัว R3 Life Wellness Center

Oligoscan คืออะไร ตัวช่วยตรวจสารพิษในร่างกาย ใครบ้างที่ควรทำ?

blog icon Oligoscan คืออะไร ตัวช่วยตรวจสารพิษในร่างกาย ใครบ้างที่ควรทำ?

สารพิษในร่างกายอาจเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย มาตรวจสารพิษในร่างกายด้วย Oligoscan รู้ผลได้ทันที พร้อมวางแผนการฟื้นฟูสุขภาพอย่างแม่นยำที่ R3 Life Wellness Center

เมื่อเทคโนโลยีเกี่ยวกับสมองก้าวข้ามขีดจำกัดของ EEG: นวัตกรรมล้ำหน้าของ Neurable

blog icon เมื่อเทคโนโลยีเกี่ยวกับสมองก้าวข้ามขีดจำกัดของ EEG: นวัตกรรมล้ำหน้าของ Neurable

สำรวจเทรนด์ Longevity Technology ล่าสุด เมื่ออุปกรณ์ Brain Wearable และ AI วิเคราะห์สภาวะสมองแบบเรียลไทม์ พร้อมมุมมองการดูแลสุขภาพสมองเชิงป้องกันเพื่อการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

Cookies & Privacy

This R3 Life Wellness Center website uses cookies to personalize content and analyse traffic in order to offer you a better experience.