L-carnitine คืออะไร? ตัวช่วยเบิร์นไขมันที่สายเฮลตี้ต้องรู้
L-carnitine คืออะไร? ตัวช่วยเบิร์นไขมันที่สายเฮลตี้ต้องรู้

L-carnitine คืออะไร? ตัวช่วยเบิร์นไขมันที่สายเฮลตี้ต้องรู้

L-carnitine ลดน้ำหนัก สลายไขมัน ตัวช่วยของคนลดน้ำหนัก  แอลคาร์นิทีน (L-carnitine) คืออะไร

แอลคาร์นิทีน (L-carnitine) คำที่รู้จักกันดีในกลุ่มคนรักสุขภาพ ที่นิยมดูแลรูปร่างด้วยการออกกำลังกาย เมื่อเห็นคำว่าแอลคาร์นิทีน สรรพคุณที่รู้ได้ทันทีก็คือช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย สามารถรับประทานแอลคาร์นิทีนเพื่อเป็นตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้หรือไม่ หรือมีข้อควรรู้อะไรบ้างหากต้องการใช้ L-carnitine ลดน้ำหนัก ลองมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

L-Carnitine คืออะไร

แอลคาร์นิทีน หรือ L-carnitine คือสารชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างได้เองจากตับและไต ประกอบด้วยกรดอะมิโน 2 ชนิดคือ ไลซีน (Lysine) ที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เสริมภูมิคุ้มกันและฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย และเมไทโอนีน (Methionine) กรดอะมิโนที่เป็นแหล่งของซัลเฟอร์ (sulfur) มีหน้าที่หลักคือกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ลดการสะสมของไขมันในตับ โดยแอลคาร์นิทีนจะพบบริเวณกล้ามเนื้อ พร้อมช่วยให้ร่างกายดึงเอาไขมันไปสร้างเป็นพลังงาน คนที่ดูแลรูปร่างจึงใช้ L-carnitine ลดน้ำหนัก เร่งการเผาผลาญไขมัน และเพิ่มกล้ามเนื้อ

หน้าที่ของแอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ในร่างกาย

หน้าที่หลักของ L-carnitine คือการเปลี่ยนไขมันให้เป็นกล้ามเนื้อ โดยการลำเลียงกรดไขมันผ่านไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) เซลล์ที่ทำหน้าที่เผาผลาญไขมันเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานที่มีโมเลกุล acetyl CoA อยู่ ถ้าเรายิ่งออกกำลังกายมากขึ้น กล้ามเนื้อจะยิ่งเมื่อยล้า acetyl CoA จะเข้าไปช่วยยับยั้งความล้าด้วยกระบวนการเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อโดยผ่านสารแอลคาร์นิทีนในร่างกายนั่นเอง

 L-Carnitine ลดน้ำหนัก

L-carnitine ประโยชน์เน้น ๆ สำหรับร่างกาย

เมื่อพูดถึง L-Carnitine ประโยชน์หลัก ๆ ที่เรารู้กันคือ การใช้ L-Carnitine ลดน้ำหนัก แต่ที่จริงแล้วแอลคาร์นิทีนสรรพคุณดีมีมากมาย ดังนี้

  • เพิ่มสมรรถนะของร่างกายในการเล่นกีฬา เพราะแอลคาร์นิทีนสรรพคุณเด่นคือการดึงไขมันเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อ จึงทำให้ร่างกายทนทานต่อการออกกำลังกาย กระตุ้นการทำงานของหัวใจ แอลคาร์นิทีนจึงถูกนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มหรือโปรตีนเสริมสำหรับนักกีฬา
  • ช่วยลดอาการเมื่อยล้า ช่วยการทำงานของไมโทคอนเดรียที่ทำหน้าที่เผาผลาญไขมัน สร้างพลังงาน และช่วยลดการเมื่อยล้า
  • ดูแลการทำงานของหัวใจ นอกจากกระตุ้นการทำงานของหัวใจแล้ว แอลคาร์นิทีนยังช่วยลดความดันโลหิตและ
  • ช่วยควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จากผลการทดลองรับประทานแอลคาร์นิทีนควบคู่กับการคุมปริมาณแคลลอรี่ติดต่อกัน 10 วันผลลัพธ์คือร่างกายดื้ออินซูลินน้อยลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
  • เสริมสมรรถภาพทางเพศ แก้ปัญหาการมีบุตรยากจากสาเหตุสเปิร์มน้อย หรือไม่แข็งแรง
  • เสริมสร้างความจำ ดูแลเซลล์สมองจากการเสื่อมสภาพตามวัย

หากขาด L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) จะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

สัญญาณที่เห็นได้ชัดเมื่อร่างกายขาดแอลคาร์นิทีนก็คือ ความเมื่อยล้า หรือกล้ามเนื้อที่อ่อนล้า แขนขาไม่มีแรง มีอาการเจ็บหน้าอก ความดันโลหิตต่ำ รวมทั้งมีอาการมึนงง สมองไม่แจ่มใส อาการขาดแอลคาร์นิทีนพบมากในกลุ่มคนที่รับประทานมังสวิรัติที่ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ผู้ป่วยที่มีปัญหาการดูดซึมของระบบย่อยอาหาร หรือมีความผิดปกติของตับและไต

แหล่งอาหารที่มีแอลคาร์นิทีน (L-carnitine)

เราสามารถได้รับแอลคาร์นิทีนจากการรับประทานอาหารในแต่ละวัน โดยเฉพาะอาหารในกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้

  • เนื้อสัตว์ หรือสัตว์เนื้อแดง และผลิตภัณฑ์จากนม
  • เมล็ดพืชต่าง ๆ เช่น งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน
  • เมล็ดถั่ว เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง
  • ธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี ข้าวโพด ลูกเดือย
  • ผัก เช่น หน่อไม้รั่ง บร็อคโคลี่ คะน้า ผักกาดเขียว
  • ผลไม้ เช่น กล้วย แอปริคอต 

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของแอลคาร์นิทีน

การรับประทานแอลคาร์นิทีนและการฉีดเข้าร่างกายถือว่ามีความปลอดภัย หากรับประทานในปริมาณที่พอดี และอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ แต่หากได้รับในปริมาณมากเกินไป หรือผิดวิธี ก็อาจมีผลข้างเคียงได้ดังนี้

  • เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้อง ท้องร่วง แสบร้อนกลางอก
  • อาการชัดเกร็ง
  • เหงื่อ ปัสสาวะ ลมหายใจ มีกลิ่นคาว
  • ไม่ควรใช้แอลคาร์นิทีนควบคู่กับดีแอลคาร์นิทีน (DL-carnitine) เพราะจะเข้าไปทำลายแอลคาร์นิทีนในร่างกาย ส่งผลให้ขาดแอลคาร์นิทีนในที่สุด

ปริมาณการใช้ และข้อควรระวังในการใช้แอลคาร์นิทีน

สำหรับใครที่ต้องการเสริมแอลคาร์นิทีนเข้าสู่ร่างกาย แนะนำให้อยู่ในปริมาณ 500-1000 มิลลิกรัมต่อวัน ยกเว้นกลุ่มคนต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้แอลคาร์นิทีน หรืออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

  • เด็ก สามารถเสริมแอลคาร์นิทีนได้หากมีความจำเป็น โดยต้องได้รับในประมาณพอเหมาะและในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน
  • สตรีมีครรภ์และอยู่ระหว่างให้นมบุตร ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยมารองรับเกี่ยวกับความปลอดภัยจากการเสริมแอลคาร์นิทีนในคนกลุ่มนี้ จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัย
  • ผู้ป่วยโรคไต มีรายงานว่าผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฉีดแอลคาร์นิทีนหลังฟอกไตมีโอกาสเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือตาหย่อนได้
  • ผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์ แอลคาร์นิทีนอาจส่งผลต่อภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย ทำให้อาการทรุดหนักลง
  • กระตุ้นอาการชักเกร็งในผู้ป่วยที่เคยเกิดอาการชักเกร็ง แอลคาร์นิทีนอาจกระตุ้นให้อาการเกิดซ้ำได้บ่อยขึ้น

 ฉีด L-Carnitine ลดน้ำหนัก

L-Carnitine (แอลคาร์นิทิน) กับการลดน้ำหนัก

แอลคาร์นิทีนสรรพคุณที่สำคัญคือการเผาผลาญไขมันและเปลี่ยนเป็นพลังงานให้กับร่างกาย ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการใช้กล้ามเนื้ออย่างหนัก และเสริมประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย ทำให้หลายคนเชื่อว่า L-Carnitine ลดน้ำหนักได้ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่าการรับประทานหรือฉีด L-Carnitine สามารถลดน้ำหนักได้โดยตรง

สำหรับใครที่อยากลองลดน้ำหนักแบบมีตัวช่วย โปรแกรม FAT Burning อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเติม L-Carnitine ให้กับร่างกาย เสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ สมอง และหัวใจ ช่วยให้ไขมันเปลี่ยนเป็นพลังงานได้เร็วขึ้น และช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างและปั้นหุ่นให้สวย ทั้งนี้ การได้รับคำแนะนำจากแพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยจะช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างปลอดภัยและตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคล

การเลือกคลินิกสำหรับการดริปวิตามิน ควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานการดูแลที่ครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสุขภาพในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ไปจนถึงการวิเคราะห์สุขภาพเฉพาะบุคคลเพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสม นอกจากนี้ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) และเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Anti-Aging and Regenerative Medicine (ABAARM)

สุขภาพที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของรูปร่าง แต่คือการดูแลร่างกายอย่างรอบด้าน ควรเลือกวิธีที่เหมาะสม ที่สำคัญคือ คุณหมอที่ให้การดูแลควรมีความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน พร้อมทีมพยาบาลวิชาชีพและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ของแท้ เพื่อให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพในระยะยาว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองเวลาเข้ารับบริการ ได้ที่

R3 Life Wellness Center 42 อาคาร ไอ ซี พี ชั้น 4 ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม.

Suggest Blogs

เซลล์ต้นกำเนิดเพื่อความเยาว์วัย เมื่อการฟื้นฟูผิวหน้า เริ่มจากเซลล์จริง ไม่ใช่สารเติมแต่ง

blog icon เซลล์ต้นกำเนิดเพื่อความเยาว์วัย เมื่อการฟื้นฟูผิวหน้า เริ่มจากเซลล์จริง ไม่ใช่สารเติมแต่ง

การฟื้นฟูผิวหน้าอย่างยั่งยืนเริ่มจากระดับเซลล์ บทความนี้อธิบาย Stem Cells Therapy จาก Cord Tissue และ Amnion ตามหลักชีววิทยา โดยไม่ใช้สารเติมแต่งหรือการเคลมผลลัพธ์เกินจริง

เมื่อเทคโนโลยีเกี่ยวกับสมองก้าวข้ามขีดจำกัดของ EEG: นวัตกรรมล้ำหน้าของ Neurable

blog icon เมื่อเทคโนโลยีเกี่ยวกับสมองก้าวข้ามขีดจำกัดของ EEG: นวัตกรรมล้ำหน้าของ Neurable

สำรวจเทรนด์ Longevity Technology ล่าสุด เมื่ออุปกรณ์ Brain Wearable และ AI วิเคราะห์สภาวะสมองแบบเรียลไทม์ พร้อมมุมมองการดูแลสุขภาพสมองเชิงป้องกันเพื่อการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

ปาร์ตี้ที่เพิ่งผ่านไป ทิ้งอาการเมาค้างไว้ให้คุณหรือเปล่า ?

blog icon ปาร์ตี้ที่เพิ่งผ่านไป ทิ้งอาการเมาค้างไว้ให้คุณหรือเปล่า ?

เที่ยวบ่อยดื่มเก่งอย่าชะล่าใจ... เมื่ออาการเมาค้างกำลังส่งผลระยะยาวกับสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทความที่สายดื่มต้องเข้าใจเมื่อร่างกายต้องรับภาระหลังปาร์ตี้จบ!

งานเปิดตัว R3 Life Wellness Center

blog icon งานเปิดตัว R3 Life Wellness Center

งานเปิดตัว R3 Life Wellness Center

ผู้หญิงยุคใหม่ ไม่ได้ถูกนิยามด้วยอายุ แต่ด้วยวิธีดูแลสุขภาพ

blog icon ผู้หญิงยุคใหม่ ไม่ได้ถูกนิยามด้วยอายุ แต่ด้วยวิธีดูแลสุขภาพ

ผู้หญิงยุคใหม่ไม่ได้ดูแลสุขภาพเพราะกลัวป่วย แต่เพราะต้องการคุณภาพชีวิตระยะยาว ตั้งแต่การนอน ฮอร์โมน สมอง ไปจนถึงการดูแลเชิงป้องกันกับ R3 Life Wellness

รู้จัก MSC คือเซลล์ต้นกำเนิดฟื้นฟูสุขภาพและต้านวัย

blog icon รู้จัก MSC คือเซลล์ต้นกำเนิดฟื้นฟูสุขภาพและต้านวัย

MSC คืออะไร? เซลล์ต้นกำเนิดที่ไม่ต้องตรวจความเข้ากันได้ ช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ความงาม และการชะลอวัย ให้คุณดูแลสุขภาพที่ลึกถึงระดับเซลล์

Cookies & Privacy

This R3 Life Wellness Center website uses cookies to personalize content and analyse traffic in order to offer you a better experience.